<%@ Page Language="VB" ContentType="text/html" ResponseEncoding="utf-8" %> คนไทยหายปวดหลัง : หมอนรองกระดูกเอวเสื่อม
 
















หมอนรองกระดูกเอวเสื่อม บริเวณข้อที่ 4-5 (L4-5) ปกติหมอนรองกระดูกเอวมีความหนาประมาณครึ่งนิ้ว เวลาเสื่อมจะยุบลง เหลือไม่ถึงครึ่งนิ้ว ผลMRI จะเห็นเป็นสีดำๆ เพราะเลือดในหมอนเหลือน้อย
ข้อที่มีเลือดอยู่ จะเห็นเป็นสีขาว หนากว่าข้ออื่น หมอนรองกระดูกช่วงอกจะไม่ค่อยเสื่อมเพราะมีกระดูกซี่โครงช่วยรับนน.ที่กดทับ แต่ช่วงเอว กับคอ ไม่มีจึงมีการเสื่อมเร็วกว่าข้ออื่น และเป็นจุดรับ นน.ช่วงคอรับนน.ทั้งศีรษะ ช่วงเอวรับนน.ทั้งตัว เวลานั่งนานๆ แรงกดทับจะมากที่สุด คนไข้จะปวดมากเวลานั่งนานๆ ต้องลุกขึ้นมายืดตัวจะดีขึ้นบ้าง เพราะแรงกดจะลดลง 1 เท่าตัว แต่ถ้ายืน เดินนานๆ ก็จะปวดมาก เหมือนกัน จึงต้องเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ

อาการหมอนรองกระดูกเอวเสื่อม ทับเส้นประสาท
1.เริ่มปวดหลังก่อน เป็นๆหายๆ ทานยาหรือนอนพัก อาจจะดีขึ้น ถ้าหมอนเสื่อมและยุบตัวมากขึ้น จะเริ่มปวด ที่เอว กระเบนเหน็บ ก้นกบ สะโพก ร้าวลงขา ชา ฝ่าเท้า นิ้วเท้า จะเป็นข้างเดียวก่อน ถ้าทิ้งไว้นานก็จะเป็น 2 ข้าง บางทีจะปวดมากจนเดินไม่ไหว เดินได้ไม่กี่ก้าวก็จะปวดลงขาเหมือนขาไม่มีแรง
2. ถ้าไปทับเส้นประสาทที่เลี้ยงลำใส้กับทวารหนัก จะทำให้ท้องผูกและขับถ่ายลำบาก เนื่องจากลำไส้ไม่มีแรงบีบอุจจาระออกมา อาจถ่ายก้อนเล็กเหมือนถ่ายไม่หมด

ผลของตะกรันไขมันที่เกาะทางเดินอาหาร
ลำไส้เล็กยาว6-7เมตร ลำไส้ใหญ่ยาว1.5เมตร
มีหน้าที่ ย่อยอาหาร ดูดซึมอาหาร และขับถ่ายของเสีย
มนุษย์เป็นสัตว์กินพืช น้ำย่อยที่ย่อยเนื้อสัตว์มีเพียง20% คนสมัยก่อนทานน้ำพริกผักจิ้ม
เกิดมาก็ทานน้ำข้าวใส่เกลือ ทานนมถั่วเหลือง ร่างกายกลับแข็งแรงกว่า คนในปัจจุบัน เด็กสมัยนี้ส่วนมากไม่ทานผัก ทานข้าวเหนียวหมูปิ้ง เฟรนฟราย ไก่ทอด ขนมกรอบๆ น้ำอัดลม และ นมวัวๆ จะมีสารเคซีนเวลาย่อยไม่หมดจะเหนียวมาก ซึ่งจะเกาะตามผนังลำไส้ เกิดเป็นของเสียลำไส้จะดูดเข้าไป ในเลือด ไปทำลายภูมิคุ้มกัน เด็กจะติดเชื้อง่าย เป็นหวัดบ่อย เวลามีน้ำมูกซึ่งเป็นสารขับหลั่งระหว่างเม็ดเลือดขาวกับเชื้อโรค จริงๆต้องขับออกจากร่างกาย แต่ถ้าทานยาลดน้ำมูก ซึ่งน้ำมูกจะเข้าไปเก็บอยู่ในหลอดลม ลงสู่ปอด เด็กจะไอมากขึ้นปอดอักเสบตามมา และ ยาจะฆ่าเชื้อโรคที่ทานในปัจจุบัน ส่วนใหญ่เป็นยาที่แรงจะฆ่าเชื้อโรคและเชื้อประจำถิ่นด้วย พอเด็กติดเชื้อครั้งต่อไปจะไม่มีเชื้อประจำถิ่น ต่อสู้กับเชื้อโรค กลายเป็นโรคภูมิแพ้ตามมา เด็กบางคนต้องล้างจมูก พ่นยาสเตียรอยด์ ยิ่งทำลายภูมิคุ้มกัน และทุกระบบในร่างกาย เด็กจะเบื่ออาหาร ท้องผูก ลำไส้เต็มไปด้วยของเสีย จะดูดเข้าหลอดเลือด ภูมิต้านทานที่อยู่ในกระแสเลือดยิ่งต่ำลง เด็กจะแพ้มากขึ้น เช่นแพ้ฝุ่น เกสรดอกไม้ อาหารทะเล อากาศเย็น แพ้ยา เป็นผื่นง่ายขึ้น เป็นหวัดบ่อย การผลิตgrowth hormoneในสมอง ลดลง เด็กจะตัวเล็ก โตช้า และไม่แข็งแรง

ถ้าท้องผูกหลายๆวัน อุจจาระสะสมอยู่ที่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นของเน่าเสีย มีฤทธิ์เป็นกรด จะไปกัดผนังลำไส้ใหญ่ เกิดเป็นตุ่ม คล้ายแผลร้อนใน พอแตกจะกลายเป็นแผลที่ลำไส้ใหญ่ ถ้าท้องผูกนานๆจะกลายเป็นมะเร็งที่ลำใส้ใหญ่ หรือทวารหนักได้

3.ถ้ามีของเสียในเลือดมาก หรือผู้ป่วยเรื้อรังที่ทานยาประจำ เลือดทั้งหมดในร่างกายต้องไปฟอกที่ไต รูกรองที่ไตเป็นล้านเซลล์ ถ้ามองดูจะเห็นเป็นกลุ่มเส้นเลือดฝอย จะตันและฝ่อลง รูกรองจะใหญ่ขึ้น ทำให้เม็ดเลือดแดง หรือโปรทีนที่มีโมเลกุลขนาดใหญ่ๆรั่วออกมาทางปัสสาวะ ตรวจปัสสาวะจะพบ โปรทีน หรือเม็ดเลือดแดง ทำให้ผู้ป่วยซีด และผอมลง อย่างรวดเร็ว ของเสียที่มีขนาดเล็ก จะกรองไม่ได้ ทำให้ของเสียในเลือดสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นไตวายเรื้อรังต้องไปฟอกเลือดตลอดชีวิต
ไตยังผลิตฮอร์โมน Erythropoietin ทำหน้าที่กระตุ้นไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดง
ถ้าไตวายผลิตฮอร์โมนตัวนี้ไม่ได้ ไขกระดูกผลิตเม็ดเลือดแดงไม่ได้ผู้ป่วยจะยิ่งซีดมาก ขึ้น ผู้ป่วยส่วนมากจะต้องฉีดฮอร์โมนนี้ สัปดาห์ละ2-3 เข็ม ราคาเข็มละ400-1000 บาท ต้องฉีดไปเรื่อยๆ ค่าใช้จ่ายทั้งค่าฟอก ค่ายาฉีด สูงมาก คนที่รายได้น้อย หรือเบิกไม่ได้จะลำบากมาก
ไตยังผลิตฮอร์โมน aldosteroneช่วยดูดน้ำกลับตอนกลางคืน ถ้าไตวายจะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน

4. ถ้าหมอนข้อที่ L3 ทับเส้นประสาทซึ่งไปเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะและอวัยวะเพศ มีผลให้ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะลำบาก และอาจเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

5.ไขมันที่เกาะตามผนังลำไส้ เข้าไปทางท่อน้ำดี รวมตัวกับกรดน้ำดี กลายเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ถ้าเข้าไปเกาะในตับ เป็นไขมันพอกตับ ทำให้ตับ ผลิตน้ำดีที่ย่อยไขมัน น้อยลง ไขมันและเนื้อสัตว์จะย่อยไม่ได้ ทำให้ท้องอืดอาหารไม่ย่อย เรอบ่อย บางคนอาจมีอาเจียน ไขมันและของเสีย จะถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด กลายเป็นไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง ไขมันยังเข้าไปเกาะตับอ่อนซึ่งทำหน้าที่นำอาหารที่ย่อยแล้วไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ตับอ่อนจะผลิตอินซูลินได้ลดลงกลายเป็นโรคเบาหวาน

ไขมันเกาะตับ นิ่วในถุงน้ำดี
6. ถ้าไขมันเกาะในผนังลำไส้มาก จะถูกดูดซึมเข้าร่างกาย กล้ามเนื้อหน้าท้องจะมีไขมันสะสมเป็นที่แรกและกระจายทั่วร่างกาย ถ้าอ้วนก็จะลงพุงก่อน

7.ไขมันเกาะท่อหลอดเลือด จนตีบแคบลง ความดันเลือดจะสูงขึ้น คนไข้จะต้องกินยาลดไขมัน ยาลดความดันตลอดชีวิต อาจไปเกาะจนเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองตีบ เลือดจะหนืดข้นเพราะมีไขมันและของเสียอยู่ เลือดจะจับตัวป็นลิ่ม คนไข้จะได้รับยา แอสไพริน ป้องกันเลือด แข็งตัว ทานไปนานๆเส้นเลือดจะแข็งเปราะ เป็นต้นเหตุของเส้นเลือดในสมองแตก เส้นเลือดฝอยแตกง่าย ตามตัวจะเห็นเป็นจ้ำๆ เขียวๆ


ไขมันเกาะหลอดเลือด การทำบอลลูน การใส่ขดลวด
การทำบอลลูน จะใส่สายทางเส้นเลือด ไปขยายบริเวณที่ตีบ พอเอาสายออก ไขมันก็เกาะสะสมใหม่ คนไข้ก็กลับมาเป็นซ้ำ ถ้าใส่ขดลวดก็เป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกาย ก็จะต่อต้าน แต่ถ้าเราล้างไขมันออกทางลำไส้ เลยไม่ให้ดูดซึมเข้าหลอดเลือด และมาใช้เครื่องยืดหลัง เลือดจะไหลเวียนดี ไม่จับตัวเป็นลิ่ม หลอดเลือดขยายตัวมีผลให้ความดันลดลง หลอดเลือดที่ตีบก็จะขยายตัวไม่ตีบตัน
8. ถ้าเลือดมีของเสีย และกรดมาก ทำให้ เม็ดเลือดแดงถูกทำลายไว เกิดภาวะซีด มึนศีรษะไม่สดชื่น คันตามตัวเป็นแผลพุพอง คันหนังศีรษะเป็นแผล ผมหงอก ผมร่วง แก่ เร็ว เลือดเลี้ยงสมองไม่พอ วูบง่าย ผิวพรรณจะหยาบกร้าน

แผลที่หนังศีรษะ แผลพุพองตามมือ
9. อาการชาที่ฝ่าเท้า คนที่ใส่ส้นสูง น้ำหนักจะเทไปที่หลังจะทำให้ปวดมากขึ้น รูปเท้าอาจผิดรูป จากนน.ที่กดลงปลายเท้า

10. อาการขาลีบ หรือขายาวไม่เท่ากัน เดินกะเผกๆ สะโพกจะเอียง
เนื่องจากหมอนรองกระดูกเอวหนาครึ่งนิ้วถ้ายุบและปลิ้นไปข้างใดข้างหนึ่ง สะโพกจะเอียงไปข้างนั้น

 
 
ลิขสิทธิ์ © 2012 www.HangupThailand.com สงวนไว้ซึ่งสิทธิทั้งหมด
Designed by Chainuwat Computer Lab. Tel : 089-676-6269, E-mail : Hangupthai@Gmail.com